1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

การจัดการปัญหา Virus คอมพิวเตอร์
เป้าหมาย : การใช้งานคอมพิวเตอร์ ได้อย่างปลอดจากไวรัสคอมพิวเตอร์

ประเด็นหลัก เหตุผล/คำอธิบายประกอบ
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ อย่างถูกต้อง โปรแกรมบางตัวอย่างเช่น MacAfee เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วจะต้องทำการ Activate ก่อน มิเช่นนั้นโปรแกรมจะยังไม่ทำงานเมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้วต้องทำการ update และตรวจสอบว่าระบบการตรวจจับไวรัสอัตโนมัติทำงานอยู่
Update virus definition/antivirus version อยู่เสมอ ต้องคอยตรวจสอบว่าโปรแกรมของเราให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการเชื่อมต่อ internet ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก โปรแกรม Antivirus ในปัจจุบันมีระบบ Update อัตโนมัติอยู่แล้วที่จะทำงานเองเมื่อเชื่อมต่อกับ Internet  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีโปรแกรมบางตัวที่ไม่มีระบบนี้ ผู้ใช้ควรหมั่นตรวจสอบโดยดูได้จาก Report หรือ Status ของโปรแกรม
ใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ให้ตรงตามชนิดของไวรัสที่ต้องการจะป้องกัน โปรแกรมต่อต้านไวรัสนั้นไม่สามารถแก้หรือกันไวรัสได้ทุกประเภท ดังนั้นการเลือกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสที่เข้ากันได้ และครบตามประเภทไวรัสที่พบ เช่นหากเป็นไวรัสประเภท Autorun ก็ต้องใช้โปรแกรมต่อต้านไวรัส Autorun เข้ามาช่วย
ไม่ควรให้โปรแกรม Antivirus ทำงานพร้อมกัน ทีละหลายตัว การที่โปรแกรม Antivirus ทำงานพร้อมกันทีละหลายๆตัว นอกจากจะทำให้เครื่องช้าแล้ว ยังทำให้เกิดการทำงานที่ขัดแย้งกันเองจนบางครั้งเครื่องหยุดทำงานไปเลย จนทำให้ไม่สามารถกำจัดไวรัสได้รวมถึงทำให้ไม่สามารถใช้งานเครื่องได้ตามปกติ ด้วย
ติดตั้ง โปรแกรม antivirus, antispyware, antiautorun ไว้ในเครื่อง เนื่องจากโปรแกรม antivirus ส่วนใหญ่ไม่สามารถกำจัด/รู้จัก Spyware และ ไม่รวดเร็วพอในการกำจัดไวรัสประเภท autorun ดังนั้นจึงควรติดตั้งโปรแกรม antispyware และ antiautorun ไว้เพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย
ตั้งค่าการทำงานโปรแกรม Antivirus ให้โปรแกรมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรม antivirus ทุกยี่ห้อทุกรุ่นนั้นเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วนั้น มักจะตั้งค่าการทำงานให้ทำงานในรูปแบบกลางๆ คือยังมีบางส่วนการทำงานหรือส่วนการป้องกันและตรวจจับไวรัสหรือภัยคุกคามบาง ประเภทที่ยังไม่ถูกเรียกใช้งาน เราควรเปิดการทำงานของโปรแกรม antivirus ให้ครบทุกส่วนเพื่อการป้องกันที่ดีที่สุด ยกเว้นเมือมีเหตุผลบางประการให้ต้องปิดการใช้งานก็ ควรปิดการใช้งานเป็นบางส่วนเป็นการชั่วคราวเท่านั้น
คอยตรวจสอบว่าโปรแกรม antivirus ยังทำงานอยู่ดีหรือไม่ เนื่องจากมีโปรแกรม virus บางตัวสามารถหยุดการทำงานของโปรแกรม antivirus ได้ ยังผลให้เครื่องติดไวรัสตัวอื่นๆ เพิ่มเติมมากขึ้นอีกดังนั้นหากผูใช้ตรวจพบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วแล้ว หยุดการใช้งานเครื่องเพื่อกำจัดไวรัสเสียก่อน ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของข้อมูลได้เป็นอย่างมาก
สังเกตคำเตือนจากโปรแกรม antivirus เมื่อโปรแกรม Antivirus พบสิ่งผิดปกติ/ไวรัสภายในเครื่อง  โดยปกติจะมีการแจ้งเตือนและขอการตัดสินใจ ขึ้นบนหน้าจอไม่ต้องตกใจหรือรีบร้อนตอบ ให้อ่านจนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยดำเนินการต่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดไวรัสหรือสูญเสียข้อมูลสำคัญ
เชื่อใน Google หากท่านเคยใช้ Search engine ของ Google ท่านอาจเคยพบว่ามีบาง website ที่ Google เตือนไว้ว่า “อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านได้” แนะนำให้ท่านเชื่อคำเตือนนั้น และควรหลีกเลี่ยงหรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอดจากไวรัสก่อนค่อยเข้าไปใน website นั้น
ขุดรากถอนโคนไวรัส เมื่อท่านพบว่าเครื่องของท่านติดไวรัส หรือเมื่อท่านนำสื่อใดๆเช่นแผ่น CD หรือ Flash drive มาใช้แล้วพบว่ามีไวรัสให้หยุดใช้งานแล้วรีบกำจัดไวรัสนั้นเสียก่อน รวมถึงหาที่มาของไวรัสนั้นแล้วแจ้งเตื่อไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการ ป้องกันการแพร่กระจายไปยังที่อื่นรวมถึงย้อนกลับมาหาท่านเองด้วย
ตรวจสอบโปรแกรมที่ไม่น่าไว้ใจ หากท่านสงสัยว่าโปรแกรมที่ท่านใช้งานอยู่ หรือที่เพื่อนแนะนำมาจะเป็นไวรัส วิธีการที่ง่ายที่สุด คือเข้าไปใน Internet แล้ว Search ด้วยชื่อโปรแกรมที่ท่านสงสัยหากพบว่ามีการแจ้งเตือนท่านก็ไม่ควรติดตั้ง หรือใช้โปรแกรมนั้นต่อไป



 

Main Menu

OCS Forum

No posts to display.

สำนักบริการคอมพิวเตอร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
126 / 1 ถ.วิภาวดีรังสิต ดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-6976280 - 9   โทรสาร: 02-6923784